แชร์ไปได้บุญ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรรมด่าพระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรรมด่าพระ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2561

เรื่องจริง!! ชีวิตของคนด่าพระ...เป็นอย่างไร??

    จิตใจผู้คนในสังคมไทยยุคปัจจุบัน ดูจะรุ่มร้อนมากขึ้น อาจเป็นเพราะสภาพอากาศที่ร้อนระอุ บรรยากาศร้อนแรงที่มีข่าวครึกโครมตามหน้าหนังสือพิมพ์ ทั้งเรื่องการเมือง การศาสนา เศรษฐกิจและสังคม น่าแปลกที่ว่า เมืองไทย ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาในปัจจุบัน แต่ยังคงมีแค่บางคน บางกลุ่มเท่านั้นที่ได้น้อมนำเอาคำสอนในพระพุทธศาสนามาใช้ในชีวิตประจำวันจนสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในใจตนและครอบครัวได้ 
สิ่งใด ไม่เดือดร้อนเขา ไม่เดือดร้อนเรา จงคิด จงพูด จงทำเถิด
    บรรยากาศของพุทธศาสนาเมืองไทยในวันนี้ ต่างจากวันวานค่อนข้างมาก นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้จิตใจของคนเร่าร้อน หาความสุขได้ยากขึ้น เพราะลืมไปว่ามีของดี คือ หลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เมื่อนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง แม้เพียงอย่างเดียว ก็สามารถเข้าถึงความสุขได้ เช่น รักษาศีล 5, มีหิริโอตตัปปะ (ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป) ฯลฯ 

     คนที่ทำบาปอกุศล ก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า สิ่งที่ทำอยู่เป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ ควรหรือไม่ เช่น หลายสำนักข่าว สร้างข่าวเรื่องพระสงฆ์องคเจ้ารายวัน สร้างความเสื่อมเสีย สั่นคลอนศรัทธาปสาธะของพุทธศาสนิกชน มีทั้งการใส่ร้ายพระให้มัวหมองว่า มั่วสีกาบ้าง ว่าเสพยาบ้าง ฉ้อโกงทรัพย์บ้าง เป็นที่น่าแปลกใจจนกระทั่งมีคำถามลอยมากลางอากาศว่า เป็น IO หยาบช้าของกลุ่มคนที่ไม่หวังดีต่อพุทธศาสนาหรือไม่ และคดียังไม่ฟ้อง ยังไม่ทันสอบพระท่านเลย ตัดสินว่า พระเป็นผู้ร้ายได้อย่างไร??
คดียังไม่ฟ้อง ยังไม่ทันสอบพระท่านเลย ตัดสินว่า พระเป็นผู้ร้ายได้อย่างไร??
    ในพระพุทธศาสนาของเรา มีพระสงฆ์เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า เป็นผู้สืบทอดพระศาสนา ด้วยการเผยแผ่คำสอนของพระพุทธ ให้บรรดาพุทธศาสนิกชนได้นำไปปฏิบัติ เพื่อจะยึดเหนี่ยวจิตใจ และดำรงชีวิตอย่างสงบสุข

    พระสงฆ์ถือว่าเป็นผู้เผยแผ่พระศาสนา เป็นบุคคลสำคัญที่เราควรเคารพบูชาอย่างยิ่ง ไม่ควรลบหลู่ดูหมิ่น และไม่ควรด่าว่าพระสงฆ์องคเจ้า

ตัวอย่าง..กรรมของคนด่าพระ

   มีหญิงคนหนึ่งที่สร้างบาปกรรมทางวาจาเอาไว้แก่พระสงฆ์ อีกทั้งคนทั่วไปด้วย จนกระทั่งตัวเองต้องได้รับกรรมอย่างแสนสาหัส จนกระทั่งถึงกับชีวิตเลยทีเดียว 

เรื่องจริงที่เกิดขึ้น
   มีครอบครัวหนึ่ง  มีบ้านอยู่ใกล้กับวัดในอำเภอพระยาเม็งราย ในจังหวัดเชียงราย ครอบครัวของนางทอ (นามสมมติ) มี  4 คน มีสามี และลูกอีก 2 คน
 นางทอเป็นคนโมโหร้าย เวลามีใครทำอะไรที่ทำให้แกไม่พอใจ แกจะชอบด่าด้วยถ้อยคำหยาบๆ คายๆ แม้พระสงฆ์องคเจ้าก็ไม่ละเว้น มีอาชีพเดิมเสริมสวย เวลามีงานบวชก็จะแต่งหน้านาค ดูแล้วชีวิตน่าจะอยู่ในบุญกุศล แต่เสียอย่างเดียวชอบด่า ทั้งพระทั้งคน
คนที่ชอบด่า หรือใส่ร้ายผู้อื่น กรรมจะมาเร็วมาก
เครดิตภาพจาก  http://updatetoday.in.th
สามีขี้เหล้า ลูกมีปัญหา 
สามีขี้เมา ชอบลักขโมยของคนทั่วไป ทั้งของบ้าน ของวัด เจออะไรเป็นเอาหมด
นางทอไม่ค่อยสนใจทำบุญ มีปากเสียงกับสามีเป็นประจำ 
ลูกคนแรกเกิดมามีปัญหาทางสมอง ปัญญาอ่อน ลูกชายคนที่สอง พอโตขึ้นมาอยู่ระดับมัธยม ชอบด่าพ่อด่าแม่ ด่าพระสงฆ์องคเจ้า นิสัยเหมือนแม่ไม่มีผิดเลย 
ขนาดมีพระเดินผ่านหน้าบ้านทุกวัน แกและครอบครัวก็ไม่เคยใส่บาตรเลย
เด็กๆ ไม่จำในสิ่งที่คุณพยายามจะสอน แต่พวกเขาจำในสิ่งที่คุณเป็น
ชอบด่าจนเป็นนิสัย
เมื่อวันที่ 15 มกราคม ปีที่แล้ว 
มีลูกศิษย์วัดขอตะไคร้ที่บ้าน แกพูดว่า อย่าเอาเยอะนะ บังเอิญลูกศิษย์วัดเอาตะไคร้ไป 10 ต้น แกออกมาดู แกเกิดโมโหขึ้นมา
แกตะโกนด่าไม่ปรานีปราศรัย ลูกศิษย์พากันตกใจวิ่งหนีเข้าวัด แกเดินตามไปถึงหน้ากุฏิสงฆ์ พระเปิดประตูออกมาดู เห็นนางทอกำลังท้าวสะเอวด่าลูกศิษย์อยู่
พระท่านก็ถามว่า “โยมเป็นอะไรน่ะ มีอะไรกัน?”
“ฉันด่าลูกศิษย์แกนั่นแหละ ไอ้หัวโล้น” พอพระสงฆ์ได้ยินอย่างนั้น ไม่กล้าถามอะไรอีก ได้แต่นิ่งเฉย กลับเข้ากุฏิไป 

ผลกรรมตามทัน ชีวิตมีอุปสรรค
สามีเกิดอุบัติเหตุ ตัวเองเสียลูกนัยน์ตา ลูกชายตกน้ำ

    นางทอไม่รู้ว่าได้ทำบาปอะไรลงไป อยู่มาเหมือนกรรมมาถึงตัวแก สามีทำงานเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ ทำตู้กับข้าวบ้าง เตียงนอนบ้าง ตอนที่กำลังผ่าไม้ให้เป็นซี่ มือของสามีถูกเลื่อยไฟฟ้าตัดนิ้วชี้ขาด 

     แต่ถึงกระนั้นนางทอก็ยังไม่หยุดนิสัยเดิมๆ ชาวบ้านแถวนั้นหรือแม้แต่พระ แกยังด่าว่าอยู่ไม่เลือกไม่เว้น แกทำอย่างนี้อยู่ได้ไม่นาน เหตุการณ์ร้ายๆ ก็เกิดขึ้นกับแก นางทอไปปลูกข้าวดำนา หญ้าที่คนอื่นพ่นยาพิษฆ่าปูนาในนา ยอดหญ้าแทงลูกตาของนางทอ คนที่เห็นเหตุการณ์พาไปรพ.จังหวัด ทำให้ตาของนางทอมองไม่ค่อยเห็น ต้องสวมแว่นตาตลอด
ลูกชายคนโตไปเล่นน้ำที่อ่างเก็บน้ำประจำหมู่บ้าน ตกน้ำ มีคนช่วยไว้ได้
ผู้ที่ไม่ระวังรักษาใจ ปล่อยให้ฟุ้งซ่าน จึงมีชีิวิตที่สับสนวุ่นวาย
เป็นอันตราย ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
    คุณประเทืองเป็นคนเล่าให้ฟัง บอกว่าเป็นเรื่องจริงจากประสบการณ์ สอบถามบ้านใกล้เรือนเคียงที่อยู่บ้านใกล้นางทอก็พูดแบบเดียวกัน บอกว่าเหตุการณ์นี้เป็นเพราะกรรมที่ไปด่าพระด่าเจ้า ทำให้วิถีการดำรงชีวิตของแกไม่ราบรื่นเลย เวรกรรมที่แกไม่เคยเคารพบูชาพระภิกษุสงฆ์ เอาแต่ด่าว่าต่างๆ นาๆ ก็ทำให้ตัวเองต้องลำบากอย่างนี้

คลิกที่นี่ : เรื่องเล่าอาจารย์ยอด / คนด่าพระ

   นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างผลกรรมเล็กๆ การด่าพระสงฆ์เท่านั้น แค่คิดและด่า ยังให้ผลมากมายปานนี้ หากลงมือกระทำกรรมชั่วกับท่านแล้ว ผลกรรมจะมีมากมายหลายเท่าเพียงใด ยากจะคิด ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ในทัณฑวรรควรรณนา เรื่องพระมหาโมคคัลลานเถระ มมก. เล่ม 42 หน้า 101 ว่า
     
" ผู้ใด ประทุษร้ายในท่านผู้ไม่ประทุษร้ายทั้งหลาย ผู้ไม่มีอาชญา ด้วยอาชญา ย่อมถึงฐานะ 10 อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งพลันทีเดียว คือ 
ถึงเวทนากล้า 1 
ความเสื่อมทรัพย์ 1 
ความสลายแห่งสรีระ 1
อาพาธหนัก 1 
ความฟุ้งซ่านแห่งจิต 1 
ความขัดข้องแต่พระราชา 1 
การถูกกล่าวตู่อย่างร้ายแรง 1 
ความย่อยยับแห่งเครือญาติ 1 
ความเสียหายแห่งโภคะทั้งหลาย 1 
อีกอย่างหนึ่ง ไฟป่าย่อมไหม้เรือนของเขา,     
ผู้นั้นมีปัญญาทราม เพราะกายแตก ย่อมเข้าถึงนรก."

    บางอย่าง ไม่ต้องไปท้าพิสูจน์โดยเอาชีวิตของเราเข้าไปเสี่ยงหรอก มันไม่คุ้ม!!!
ปาปานิ กมฺมานิ กโรนฺติ โมหา.
คนมักทำบาปกรรมเพราะความหลง
    ที่มา
: พระไตรปิฎกฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัย เล่มที่ 42 หน้า 101
: กฏแห่งกรรมและเรื่องเล่าชาวบ้าน โดยอาจารย์ยอด

วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ไม่รู้อย่ารีบเม้นท์นะ..ขอบอก

    ช่วงนี้ ข่าวคราวที่หนาหูหนาตา ออกมาตามหน้าสื่อต่างๆ ข่าวหนึ่งก็คือเรื่องเกี่ยวกับพระสงฆ์ ข่าวส่วนใหญ่มักจะเป็นข่าวเรื่องความเสื่อมเสีย ความอื้อฉาว ทั้งที่เกิดขึ้นจริงบ้าง จริง 7 เท็จ 3 บ้าง หรือไม่จริงเลยก็ไม่มีใครทราบ นอกจากคนหาข่าว นักเขียน บรรณาธิการข่าว ข่าวที่ร้ายๆ ก็มักจะขายดี เพราะล่อใจประชาชนคนกระหายใคร่รู้
อย่าวิจารณ์พระผิดๆ โดยที่ยังไม่รู้ความจริง ระวังกรรมหนัก!!
     เมื่อข่าวออกมา ก็ไม่วายจะต้องมีคนเข้าไปช่วยกันเขียนคอมเม้นท์บ้าง วิจารณ์ไปต่างๆ นานาๆ ตามความเห็น ความต้องการของตน ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ทราบว่า จริงหรือไม่ หรือบางครั้งสื่อหลายสื่อช่วยกันประโคมข่าวเรื่องเดียวกัน ทำให้คนเกิดความมั่นใจว่า สิ่งที่นำเสนอในเรื่องเดียวกันนั้นเป็นเรื่องจริง ทั้งที่จริงๆ แล้ว เป็นเรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้าง บางคนที่มีปัญญา มีข้อมูล ก็คิดว่า สื่ออาจจะรับเงินหรือถูกสั่งจากผู้มีอำนาจหรือไม่? 
เตือนสติชาวพุทธ ควรปฏิบัติกับพระให้เหมาะสม
     ความไม่รู้ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มนุษย์มีการกระทำผิดพลาด ทั้งทางกาย วาจา และใจ และเพราะความไม่รู้นี่เอง ที่ทำให้มนุษย์ต้องได้รับวิบากกรรมที่ไม่อาจจะแก้ตัวได้ว่า “ไม่รู้” คล้ายๆ กับกฎหมายบ้านเมืองที่เราจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม ก็ย่อมได้รับการคุ้มครอง และได้รับโทษทัณฑ์หากกระทำผิดกฎหมายดังกล่าวเสมอ
   อย่างไรก็ตาม ความผิดในทางกฎหมายบ้านเมือง ก็พอจะแก้ไขหรือรับโทษเฉพาะในชีวิตนี้ ขณะที่ความผิดพลาดอันเกิดจากการกระทำผิดกฎแห่งกรรม จะต้องได้รับผลแห่งการกระทำอีกยาวนานนับล้านปีในทุคติภูมิ เช่น นรก เปรต อสุรกาย หรือสัตว์ดิรัจฉาน ดังนั้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องศึกษาและ “รู้” เอาไว้ เพื่อการดำเนินชีวิตจะได้ไม่ผิดพลาด

คำถาม?
    ผลกรรมของผู้ที่จงใจเสนอข่าวบิดเบือนพระพุทธศาสนา ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ใช่ความจริง กับผู้ที่ไม่ได้ตั้งใจบิดเบือนข่าวพระพุทธศาสนา แต่ทำไปเพราะเข้าใจผิดจริงๆ แต่มีผลสร้างความเสียหายให้พระพุทธศาสนาเหมือนกัน ทั้งสองประเภทนี้จะได้รับวิบากกรรมหนักเบาต่างกันอย่างไร?
     ในกรณีถ้าพระทำผิดจริงๆ ควรนำเสนอข่าวอย่างไร จึงจะเหมาะสมและถูกต้อง การที่นักข่าวไปทำข่าวแบบนี้เผยแพร่ออกไป จะได้รับวิบากกรรมหรือไม่อย่างไร

คำตอบ
     ผู้ที่จงใจเสนอข่าวบิดเบือนเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่เป็นความจริงกับผู้ที่ไม่ได้ตั้งใจบิดเบือนข่าวทำไปเพราะเข้าใจผิดจริงๆ แต่ก็มีผลสร้างความเสียหายให้กับพระพุทธศาสนาเหมือนกัน 
      ทั้งสองประเภทนี้จะได้รับวิบากต่างกัน คือพวกแรกจะหนักกว่า เพราะมีอกุศลเจตนาอย่างแรงกล้า ซึ่งจะมีวิบากกรรมให้ไปมหานรกขุม ๔ จะถูกนายนิรยบาลจับบิดตัวถลกหนังออก แล้วเอาปากกาเหล็กร้อนเขียนไปบนเนื้อ แล้วถูกทิ่มแทงด้วยอุปกรณ์การเขียนที่เป็นเหล็กร้อน หรือฝนตัวอักษรที่เคยบิดเบือนเอาไว้ตกใส่ ทุกข์ทรมานมาก เป็นต้น
เปรตขนเป็นหอกเป็นดาบ
     ส่วนที่เสนอข่าวเพราะเข้าใจผิด ก็จะมีวิบากกรรมน้อยลงมาหน่อยหนึ่ง เช่น ลงไปแค่ยมโลก ของมหานรกขุม ๔ ซึ่งจะถูกเจ้าหน้าที่ลงทัณฑ์ทรมานคล้ายพวกแรกที่อยู่ในมหานรกขุม ๔ แต่ว่าเบาบางกว่ากัน

     ในกรณีที่พระทำผิดจริง สิ่งที่ควรทำคือ ไม่เสนอข่าวในที่สาธารณชน แต่ให้ทางคณะสงฆ์ซึ่งมีสายการปกครองโดยกฎหมายและพระธรรมวินัยอยู่แล้ว ได้ดำเนินเรื่องแก้ไขกันไปตามความถูกผิดและเหมาะควรเพราะการนำเสนอเรื่องพระสงฆ์นั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จะสั่นคลอนความศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้
เปรตคอแขนบิดเบี้ยว
     อีกทั้งศาสนาก็เป็นหนึ่งในสถาบันหลักของประเทศ การที่นักข่าวไปทำข่าวเหล่านี้เผยแพร่ออกไป จะได้รับวิบากกรรมตามกำลังแห่งเจตนา เช่น แม้เป็นจริงและเขียนไปตามความเป็นจริง ก็จะมีผลไปสั่นคลอนศรัทธาของพุทธศาสนิกชนส่วนรวม
ตื่นเถิดชาวพุทธ หยุดทำร้ายพระเรื่องเงินทอน
     ผู้ที่ทำข่าวดังนี้ จะมีวิบากกรรม คือชาติต่อไปก็จะมีคนคอยจับผิด แม้ผิดเล็กน้อยก็ดูเหมือนมาก จะถูกตำหนิติเตียน และปัจจุบัน ใจก็จะเศร้าหมองไปอบายได้
    ส่วนที่ข่าวจริงมีนิดเดียว แต่ไปเขียนขยายความจนทำให้เกิดการเสื่อมศรัทธาในพระพุทธศาสนานั้น ก็จะมีวิบากมากกว่า
เราชาวพุทธ ต้องช่วยกันยอยกพระพุทธศาสนา
    ดังนั้นหากเราไม่รู้จริง อย่าเพิ่งใช้ปากหรือนิ้วของเรา คีย์หรือกดเพื่อแสดงความเห็นผิดๆ เกี่ยวกับพระ เพราะสิ่งนี้เป็นอันตรายที่เราอาจจะคาดไม่ถึง...แล้วจะหาว่าไม่เตือนไม่ได้นะ 

    ติดตามบทความต่อไป ตอนหน้าจะนำเสนอเรื่องผลกรรมของผู้ที่ด่าว่าพระสงฆ์ 

ที่มา: หนังสือ “ที่นี่มีคำตอบ” โดยคุณครูไม่ใหญ่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๙
: เปรต ผุู้ทนทรมานจากผลของบาป